Production processes (รายละเอียดการทำเรือนไทยย่อส่วน)

 

 

 

 

 

Processes (ขั้นตอน)

รายละเอียดและส่วนประกอบต่างๆโดยสังเขป

 

ในการฝึกอบรมการทำบ้านทรงไทยจำลองด้วยไม้ไผ่ ในการทำบ้านทรงไทยนั้นมีรายละเอียดหลายขั้นตอน เนื้องจากเป็นภูมิปัญญาของบรรพบุรุษที่สร้างไว้จึงมีรายละเอียดและวิธีการสร้างหลายอย่าง จะขอแบ่งออกเป็นส่วนต่างๆ ดังนี้

 

วัสดุ-อุปกรณ์ที่ต้องใช้

 

  1. ไม้ไผ่ที่มีผิวสีเหลืองและมีความหนาของเนื้อไม้ประมาณ 1 นิ้วขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณตั้งแต่ 2-3 นิ้วขึ้นไป

  2. กาวตราช้าง 5 หลอด/ 1 หลัง/คน

  3. กาวยาง 1 ประปํํองเล็ก/คน

  4. มีดคัทเตอร์ขนาดใหญ่และใบมีดสำรองคนละ 1 อัน ( OLFAL)

  5. มีดคัทเตอร์ขนาดเล็กที่ใช้สำหรับตัดสติกเกอร์และใบมีดสำรองขนาดเล็ก 1 อัน/คน (OLFAL)

  6. คีมปากแหลมที่ใช้ทำแผล 1 อัน/คน

  7. เลื้อยฉลุ 1 อันและใบเลื้อยสำรอง 1 โหล/คน (ชนิดอย่างดี)

  8. ดินสอดำ

  9. สว่านไฟฟ้าและดอกสว่านขนาด 2,3..พร้อมอุปกรณ์เสริมที่ยึดจับคอสว่านติดตั้งกับโต๊ะและจานขัดกระดาษทราย (สว่านไฟฟ้าชนิดปรับความเร็วได้)

  10. ไม้บรรทัดเหล็ก 1 อัน/คน

  11. กรรไกรแบบฟันเลื้อย 1 อัน/คน

  12. กรรไกรตัดผ้า

  13. กระดาษทรายขัดเหล็กชนิดละเอียด 1 แผ่น/คน

  14. ไม้อัดความหนา 3 .. ประมาณ 3 แผ่น (ใช้รวมกัน)

  15. สกูเกลียวขนาดครึ้งนิ้ว 1 กล่อง/คน

  16. แลคเกอร์สเปรย์ ชนิดใส 1 กระปํอง/คน

  17. มีดบังตอใช้ผ่าไม้ไผ่

  18. ไขควงสี่แฉก

  19. เทียนไข 1 เล่ม/คน (ขนาด 3-4 นิ้ว)

  20. เลื้อยตัดไม้ฟันละเอียด (เลื้อยบังตอ) ความยาวประ 1 ฟุต

  21. ใบมะพร้าวแห้ง

  22. เตารีด

  23. อุปกรณ์สายไฟฟ้า

     

    วิธีสร้างชิ้นงาน

     

    การเตรียมวัสดุ ให้เลือกนำไม้ไผ่ที่มีความหนาตั้งแต่ 1 นิ้วขึ้นไปมาตัดเอาข้อออกและนำมาผ่าให้ได้

    เนื้อไม้มีหน้ากว้างประมาณ 2 นิ้ว หนาประมาณครึ้งเช็นเสร็จแล้วนำมาขัดให้เรียบและนำส่วนที่เหลือคือ

    บริเวณที่เป็นผิวของไม้ไผ่ให้นำมาขูดลอกผิวชั้นนอกที่มีสีหมองคล้ำออกนำมาผ่าฝานบางๆโดยให้เก็บบริเวณของผิวไม้ไผ่เอาไว้เพื้อนำมาประกอบเป็นชิ้นงานในภายหลังซึ้งจะต้องใช้เป็นจำนวนมาก หลังจากได้แผ่นไม้และแผ่นของผิวไม้ไผ่ตามจำนวนที่มากพอ ให้นำแผ่นผิวไม้ไผ่มาปรับขนาดตามส่วนประกอบต่างๆของบ้านเช่น ส่วนประกอบที่เป็นรอด , ตง , เส ,พึง ,ขอบเชิงชาย , ปั้นลม เป็นต้น ส่วนเสาให้นำเนื้อขของไม้ไผ่ชั้นรองจากชั้นผิวมาเหลาให้กลมให้มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 3 .. ส่วน ตง, รอด , เส , พึง นั้นจะมีขนาดใกล้เคียงกันคือกว้างประมาณ 3 .. หนาประมาณ 0.5 ..

     

    วิธีทำฝาบ้านทรงไทย (เฟี้ยม)

    หลังจากเมื่อได้ไม้ที่ปรับแต่งตามที่ต้องการแล้วให้นำเอาไม้แผ่นหน้ากว้าง 2 นิ้วมาทาบแบบและใช้ดินสอขีดตามแบบซึ่งมีแบบของผาทั้งสี่ด้าน จั่วสองด้าน เสร็จแล้วนำมาตัดด้วยเลื้อยฉลุ ตรวจสอบดูขนาดของชิ้นงานว่ามีขนาดเท่ากับต้นแบบหรือไม่ถ้าไม่เท่าก็ให้ปรับแต่งแก้ไข เมื่อได้ขนาดเท่าตามที่ต้องการแล้วให้นำมาวางลายหรือประกอบลายตามลักษณะของฝาในแต่ละด้าน(ฝาเฟี้ยมลายลูกฝัก) จนครบหมดทั้งสี่ด้านด้วยกาวตราช้าง แล้วจึงนำมาขัดให้เรียบด้วยกระดาษทราย

    ที่เป็นมอเตอร์ไฟฟ้าและขัดให้เนื้อไม้ด้านที่ไม่มีลายให้บางเมือนกันทุกชิ้น จากนั้นจึงประกอบชนขอบฝาให้ฝาด้านข้างที่มีลักษณะแบ่งออกเป็นสองส่วนคือ ส่วนของห้องที่มีหน้าต่างสองบาน กับส่วนของระเบียงที่มีหน้าต่างเพียงหนึ่งบาน ให้นำขอบส่วนของที่เป็นห้องมาประกอบชนกับขอบฝาที่เป็นส่วนของฝาด้านหลังส่วนของด้านหลังจะเป็นส่วนประกอบที่มีห้องแบ่งเป็นสามห้องมีหน้าต่างห้องละหนึ่งบานเมี่อต่อฝาด้านข้างทั้งสองข้างทั้งด้านซ้ายและด้านขวากับฝาหลัง

    เสร็จแล้วก็นำฝาด้านหน้าซึ่งมีขนาดเท่ากับฝาด้านหลังมีลักษณะแบงเป็นสามห้องเหมือนกันแต่มีประตูหนึ่งประตู ให้ทากาวที่ขอบด้านปลายของทั้งสองด้านจึงนำเอาไปประกอบในส่วนระหว่างที่เป็นส่วนแบ่งระหว่างห้องกับระเบียงของฝาด้านข้าง ให้เหมือนกันทั้งสองฝาเสร็จแล้วให้พักชิ้นงานทิ้งไว้ให้กาวแห้ง

    - ขั้นตอนต่อไปก็นำไม้ไผ่แผ่นบางมาตัดใก้มีความยาวประมาณ 1.5 ..กว้างประมาณ 4 ..เพื้อทำหน้าต่าง และให้ใช้วิธีเดียวกันกับการทำประตูซึ้งประตูจะมีความยาวประมาณ 1.8 ..เมื่ได้ครบแล้วก็นำมาประกอบติดกับช้องของประตูและหน้าต่างจนครบ

     

    - ขั้นตอนต่อไปคือการทำจั่วก็ให้นำไม้ไผ่หน้าสองมาทำการทาบแบบและทำเช่นเดียวกันกับขั้นตอนของฝาบ้าน

     

    - ขั้นตอนการทำเสาเรือนและเสารั้ว เสาเรือนใหญ่จะแบ่งออกเป็นสามส่วนคือส่วนที่อยู่ในตัวเรือนด้านในมีอยู่ 8 เสาและเสาของระเบียงมี 4 เสา (เป็นเรือนไทยสามห้อง) ทั้งหมดมีสิบสองเสา ส่วนที่สองคือเสารั้วมี่ทั้งหมดสิบสี่เสา ส่วนที่สามคือเสาตอม้อมีสี่ต้น ให้นำเสาที่หลาวเส็จแล้วมาตัด เสาเรือนใหญ่จะมีความยาวประมาณ 5.8 ..ทั้งหมด 8 ต้นที่อยู่ในตัวเรือนส่วนเสาระเบียงมี่ความยาวประมาณ 4.7 ..จำนวน 4 ต้น เสารั้วทั้งสิบสี่ต้นจะยาวเท่ากันหมดคือ 5 .. โดยเสารั้วจะมีลักษณะพิเศษคือจะมีหัวขุนอยู่ตรงปลายเสาส่วนเสาตอม้อจะมีขนาดสั้นเพียง 2.1 ..เท่านั้น เสารั้วแถวหน้าและแถวสองเป็นเสาตอม้อนั้นจะอยู่ในบรเวณของชาน

     

    - เมื่อได้ส่วนประกอบหลักแล้วก็มาถึงขั้นตอนการทำบล๊อก สำหรับตั้งระยะการประกอบเสาต่างๆ โดยนำไม้อัดมาตัดให้มีลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า กว้าง 22 .. ยาว 35 ..จำนวนสองแผ่นเท่าๆกัน และนำไม้ระแนง (ไม้สัก) ขนาดความหนา 1.5 .. เป็นลักษณะสี่เหลี่ยมเท่ากันนำมาตัดให้มีความยาว 35 .. สองกันและ 19 .. สองอันเสร็จแล้วนำไม้มาวางบนกระดานไม้อัดที่ตัดไว้ให้เสมอขอบกระดานใช้ตะปูควงไขอัดไม้กระดานกับระแนง ให้ติดกันทั้งสี่ด้านแล้วนำแผ่นกระดานอีกแผ่นมาปิดทับบนกรอบระแนงให้ใส่ตะปูควงเช่นกัน เมื่อได้ บล๊อก แล้วนำบล๊อกมามากำหนดระยะเสาต่างๆด้วยดินสอจนครบจึงนำไปเจาะรูด้วยสว่าน 3 ..โดยเจาะเฉพาะกระดานแผ่นบนเท่านั้น


     

  24. วิธีประกอบ

     

    นำเสาเรือนมาใส่ลงในรูของบล๊อก (ให้ดูจากภาพ) ตามตำแหน่งแล้วใส่รอดยึดโดยเริ่มจากแถวของรั้ว

    หน้าบ้านก่อนจัดเสาของรั้วให้ตั้งตรงวางระยะให้เสมอกันด้วยการทากาวยึดในแต่ระเสา ในแถวที่สองจะมี

    เสารั้วอยู่ที่ปลายรอดทั้งสองด้านเท่านั้นส่วนตรงกลางจะเป็นเสา ตอม้อ จำนวนสี่เสาให้ทำการยึดเสาเช่น

    เดียวกันกับเสารั้ว แถวสามจะเป็เสารั้วทั้งสองด้านเช่นกันส่นตรงกลางจะเป็นเสาระเบียงสี่ต้นก็ทำการยึด

    ติดด้วยเช่นกัน แถวสี่และแถวห้าให้ตัดรอดสันเท่ากับระยะเสารั้วกับเสาเรือนสองเสาเท่าให้ประกอบเช่น

    เดียวกันทั้งสองด้าน รอดที่นำมาประกอบติดในชั้นแรกนี้จะวางเสมอกับพื้นกระดานเป็นแถวตามเรือน

     

    - ขั้นตอนต่อไปนำไม้ตงมาวางทับบนรอด (รอดและตงมีขนาดเท่ากัน กว้าง 3 .. , หนา 0.5 ..) ในทิศ

    ทางตรงกันข้ามคือจากเสาเรือนด้านซ้ายของเรือนเป็นเสารั้วห้าต้นให้เอาตงวางทับซ้อนจากต้นหน้าสุดจน

    ถึงต้นหลังสุดให้ปลายไม้ทั้งสองเสมอเสาทั้วสองด้านในแถวสองก็เช่นกัน ในแถวที่สามให้ความยาวของ

    ตงจะสั้นกว่าโดยมีความยาวระหว่างเสาร้ัวจนถึงเสาระเบียง แถวสี่ก็เช่นเดียวกัน ส่วนแถวห้าและแถวหก

    ให้ทำเช่นเดียวกันกับแถวที่หนึ่งและแถวที่สอง เมื่อใส่รอดและตงเสร็จแล้วก็มาถึงขั้นตอนการใสรอดของ

    ตัวเรือนให้ใชไม้แบบเดียวกันกับ รอด,ตง ของชาน จะมี่ความของรอดประมาณ 7.9 ..จำนวนสามอัน

    นำมาติดที่ละอันโดยเริ่มจากเสาของระเบียงทั้งสี่ต้นเป็นแถวแรกให้ประกอบติดในระดับเดียวกับ ตง ของ

    ชาน เสร็จแล้วให้นำไม้ขนาดเดียวกันวางตั้งระยะความสูงของเสาเรือนแถวหลังสุดทั้งสี่เสาโดยวางลงไป

    บนพื้นของกระดานในลักษณะให้สันของไม้ต้ังขึ้นพาดเรียงตามเสาทั้งสี่เสา แล้วจึงนำไม้รอดที่ตัดไว้มาติด

    กับเสาโดยติดซ้อนอยู่เนือไม้ที่วางพาดไว้ ก็จะได้ระยะความสูงอยู่เสมอกับรอดของเสาระเบียง เสร็จแล้ว

    ให้เอาไม้ที่รองตั้งระยะความสูงออก เสร็จแล้วให้นำไม้ขนาดเดียวกันมาตัดความยาวประมาณ 5.5 ..

    จำนวนสี่อัน ให้นำมาติดตั้งระยะความกว้างของฝาด้านข้างโดยการนำฝาบ้านที่ประกอบเสร็จแล้วมาทาบ

    จะได้ระยะที่จะประกอบตั้งไว้บนรอดระหว่างรอดเสาระเบียงกับเสาตัวเรือนแถวหลังให้ติดตั้งจนครบที่สี่เสา

    เสร็แล้วให้นำไม้รอดที่เหลืออีกหนึ่งอันมาติดไว้ใต้ตงทั้งสี่ในแถวกลางเป็นอันเสร็จขั้นตอนการประกอบเสา

    รอด,ตง ต่อไปเป็นขั้นตอนการวางพื้น พื้นที่จะนำมาวางจะตอ้งหลาวไม้ให้บางให้มีความหนา 0.5 ..

    กว้าง 5. .. การวางพื้นของบ้านทรงไทยจะวางยาวตามเรือน จะต้องวัดความยาวของกระดานจากรั้ว

    ด้านซ้ายกับด้านขวาเมื่อได้ความยาวแล้วนำมาตัดให้มีจำนวนมากพอ แล้วนำมาประกอบวางเรียงที่ระแผ่น

    จนครบทั้งพื้นของชานด้านหน้าและด้านข้างที่มีขนาดสั้นทั้งสองข้าง เมื่อวางพื้นเสร็จแล้วก็นำฝาบ้านที่

    ประกอบเสร็จแล้วมาใส่ โดยครอบล้อมเสาเรือนเสาทั้งแปดต้นอยู่ในกรอบฝาทั้งสี่ด้านและจะสังเกตุได้ว่า

    มีมุมของห้องภายในสี่มุมและมีเสาอยู่กับมุมทั้งสี่ก็ให้ใช้กาวหยอดเข้ามุมทั้งสี่ และดึงเสาติดเข้ากับมุม

    ทั้งสี ในขนะเดียวกันให้สังเกตุดูว่าขอบของฝาบ้านด้านล้างวางแตะอยู่บนตงเสมอกันพร้อมกับดูว่าตัวเรือน

    เอียงไปทางใดหรือไม่เสาส่วนที่เหลือให้ติดเข้ากับฝาตามระยะที่ฝามีช้วงแบ่งขั้นห้องทั้งสามห้องเมื่อเสร็จ

    แล้วก็มาติดเสาด้านนอกอีกสองเสาคือเสาตรงระเบียงด้าน ซ้าย,ขวา ติดให้เสมอขอบของฝาบ้านส่วนเสา

    สองเสาตรงกลางให้ปล่อยเว้นไว้ ต่ดจากนั้นก็นำพื้นมาวางทั้งในห้องและระเบียงโดยใช้ขั้นตอนเดียวกับ

    การวางพื้นของตง ขั้นตอนการประกอบกันสาดหลังคา ที่ลักษณะเป็นเหมือนปีกยื้นออกมาจากตัวบ้าน

    ให้นำไม้ไผ่แผ่นที่มีหน้ากว้าง 3.5 .. ยาว 7.3 .. หนา 3 .. มาวางไว้บนแบบที่ใช้ทำหลังคา

    ( ในกรณีทำกันสาดจะแนะนำการทำโครงวางแบบหลังคาให้ในที่นี้ไม่สามรถอธิบายการทำโครงแบบหลัง

    คาให้ได้ไม่ชัดเจนเท่ากับการปฎิบัติ ) แล้วนำแผ่นไม้ไผ่หน้ากว้าง 1.2 .. หนา 1 .. ยาว 9.3 ..

    มาตัดปลายให้เป็นแนวเฉียงโดยวัดความเฉียงจากแบบโครงหลังคานำไปติดกับด้านข้างของไม้แผ่นส่วนนี้

    เป็นส่วนของกันสาดด้านหลังมีความยาวตามตัวเรือนตรอดหลังและยื้นออกด้านข้างทั้สองข้าง ส่วนต่อมา

    คือส่วนของด้านข้างทั้งสองด้านก็ให้ตัดในลักษณะเดียวกันกับด้านหลังแต่มีความยาวสั้นกว่า คือมีความ

    ยาวประมาณ 5.8 .. เมือนกันทั้งสองด้านและนำไปติดกับด้านข้างของไม้แผ่นโดยให้ปลายแหลมมา

    ประจบติดกันให้ปลายกันสาดเฉียงลงประมาณ 30 องศาทุกด้าน เมื่อประกอบได้สามด้านแล้วก็ให้มาทำ

    ด้านหน้าซึ้งจะมีความกว้าวของกันสาดเฉียงลงมาปิดระเบียงของบ้านมากว่าทั้งสามด้านโดยนำไม้แผ่นบาง

    ที่มีความกว้างประมาณ 2.4 .. ลักษณะโดยรวมจะเป็นสี่เหลี่ยมพืนผ้า ให้ตัดมุมด้านบนของทั้งสอง

    ด้านในแนวเฉียงเหมือนกันส่วนด้านมุมด้านล้างทั้งสองให้ตัดตรงเข้ามาในแนวตรงโดยห่างมุมเข้ามาประ

    มาณ 9 .. และสูงขึ้นไปประมาณ 1 .. มุมที่ถูกตัดออกมาแล้วจะมีลักษณะเป็นมุมฉากทั้ด้านซ้าย

    และด้านขาวเสร็จแล้วนำมาประกอบกับด้านข้างของไม้แผ่นที่เหลือให้ทำมุมเฉียงลง 30 องศา เช่นกัน

     

    เมื่อได้กันสาดครบทุกด้านแล้วก็นำไม้กว้าง 3 .ม หนา 0.5 .. มาตัทำขอบชายคาให้ตัดไม้ติดชาย

    คาในความยาวเท่ากับขอบที่ทำเสร็จจนครบทุกด้าน เสร็จแล้วให้จับชิ้นงานที่ทำเสร็จหงายขึ้นเพื้อที่จะ

    ใส่จันทันให้วัดระยะของเสาแต่ระต้นของแต่ระด้านและมุมของกันสาดด้วยแล้วกำหนดจุดใส่จันทันโดยจัน

    ทันที่ใส่จะมีขนาดความหนา 1 .. กว้าง 2 .. ยาว 1.2 .. จากนั้นก็นำกันสาดมาวางครอบลงบน

    ฝาบ้านที่ประกอบแล้ว โดยให้ด้านที่มีกันสาดด้านที่กว้างปิดตรงระเบียงให้ทากาวที่ขอบฝาบ้านให้หมด

    ตรอดแนวขอบและปลายเสาของระเบียงแล้ว จึงนำมาประกอบติดให้ตรวจดูว่าขอบของกันสาดอยู่ในแนว

    ขนานเสมอกับตัวบ้านหรือไม่ เสร็จแล้วนำไม้แผ่นมาทาบแบบของจั่ว(แบบที่นำมาทาบทั้หมดตั้งแต่ตอน

    ต้นนั้นผู้สอนจะแนะนำให้ในการสอน) นำมาตัดให้ได้รูปจั่วทั้งหมดสี่อันเท่า ๆ กันให้นำมาสองอันมาวาง

    วางลายของจั่ว เสร็จแล้วนำมาติดตั้งไว้บนแผ่นกระดานของกันสาดโดยนำจั่วที่มีลายมาติดไว้ให้ชิดขอบ

    และหันเอาลายของจั่วออกของทั้งสองด้านที่เหลืออีกสองอันให้ติดตั้งในลักษณะแบ่งเป็นสามห้อง ต่อ

    จาดนั้นจึงนำไม้ขนาดเล็ก 1 .. ยาว 8.8 ..ตัดมาจำนวนสามอัน อันที่หนึ่งใส่ที่บนปลายของจั่ว -

    เพื่อทำเป็น อกไก่ โดยให้ปลายไม้ทั้งสองด้านเลยออกมาข้างละ 6 .. อันที่สองและสามให้ใส่ที่ด้าน

    ชายล่างสุดของจั่วทั้งสองข้างให้ปลายไม้เสมอกับ อกไก่ จานั้นนำขนาดเล็กหนา 0.5 ..กว้าง 1 ..

    ยาว 8.8 .. จำนวน 10 อันมาติดเรียงเป็นระยะเท่า ๆ กันด้านละห้าอันเพื่อทำเป็นระแนงจาก อกไก่

    ลงมา จากนั้นจะเป็นขั้นตอนการทำกระเบื้องมุงหลังคา ให้นำใบมะพร้าวแห้งที่ไม่มีก้านมารีดให้เรียบ -

    ตัดใบมะพร้าวยาวประมาณ 14 ..กว้าง 1 ..จำนวน 75 ชิ้นใช้กรรไกรที่มีลักษณะเป็นหยักฟันปลา

    มาตัดตามยาวบริเวณขอบของใบมะพร้าวเสร็จแล้ว นำมาทากาวยางให้ทั้วทิ้งไว้ให้แห้งแล้วนำมาวางเรียง

    สลับฟันปลาให้เหมือนการกระเบื้องเรียงซ้อนกัน 18 ชิ้น จำนวน 3 แผ่น และ 7 ชิ้น 3 แผ่นจากนั้น

    จึงนำชุด 7 ชิ้นมาวัดตัดกับกันสาดด้านยาวและนำไปประกอบให้เสร็จก้อนแล้วค่อยมาทำด้านสั้นทั้งสอง

    ด้านจากนั้นนำแผ่น 18 ชิ้น มาวัดตัดด้านระเบียงตามลัษณะของกันสาดระเบียงแล้วประกอบติดหลังจาก

    นั้นก็เป็นขั้นตอนของการทำปั้นลมก่อนที่จะใส่กระเบื้องหลังคา วิธีการทำปั้นลมก็ให้นำแผ่นกระดานไม้ไผ่

    มาทาบแบบขีดเส้นตามแบบแล้วนำไปฉลุ (องศาและความกว้างความยาวจะเปลี่ยนไปตามลักษณะของ

    จั่วของผู้ที่ทำขนาดจึงไม่แน่นอน) จำนวนสี่ชิ้นแลนำไปขัดแต่งให้เรียบบางทุกชิ้น นำปลายของปั้นลมที่

    แหลมมาประกอบชนกันให้ป็นรูปจั่ว และวางเทียบกับจั่วทั้งสองเมื่อได้องศาตามที่ต้องการให้นำมาวางไว้

    ที่ปลาย อกไก่กับแปรหัวเสาให้ห่างจากจั่ประมาน 5 .. ของทั้งสองด้านของจั่วให้จัดปลายแหลมของ

    ปั้นลมให้อยู่ในแนวเดียวกัน เสร็จแล้วจึงนำไม้ 1 x 3 .. มาวัดระยะระหว่างปั้นลมตรงบริเวณ เหงาของ

    ปั้นลมแล้วตัดใส่โดยวางอยู่บนกระเบื้องกันสาดกับระหว่าง เหงาปั้นลมทั้งสองด้านจากนั้นจึงนำกระเบื้อง

    หลังคามาวัดระยะความยาวความกว้างแล้วทากาวลงบนระแนง,อกไก่ ให้ทั้วจึงนำไปติดแบบเดียวกันทั้ง

    สองด้าน ต่อไปคือการทำครอบสันหลังคาก็นำไม้ไผ่ที่มีความหนาด้านละ 6 .. มาทำให้เป็นแท่งสาม

    เหลี่ยม วัดความยาวตัดทากาวประกอบลงบนสันหลังคาจากนั้นก็มาทำปิดขอบกระเบื้องบริเวณแนวข้าง

    ปั้นลมดว้ยไม้บางขนาด 0.5 x 2 .. ตรอดแนวปั้นลมทุกปั้นลม จากนั้นก็เป็นการทำปิดครอบกันสาด

    ให้ใช้ไม้ชนิดเดียวกันตัดปิดตามแนวสันที่ประจบกันสาดทั้งสี่มุม ส่วนที่เหลือคือขอบเชิงชายระเบียง

    ที่ต่อเชื้อมกันกับปั้นลมลงมาถึงชายคามีลักษณะด้านปลายคล้ายกับเหงาของปั้นลม ให้ใช้วิธีเดียวกัน

    กับการทำปั้นลมแล้วนำมาประกอบต่อติดกับปั้นลมกับชายคาระเบียง และปิดแนวกระเบื้องเช่นเดียว

    กันเป็นอันเสร็จขั้นตอนการประกอบตัวบ้าน ที่เหลือคือ รั้ว , ซุ้มประตู ,บรรใด , ไม้ค้ำยัน

    รั้วเป็นส่วนที่ใช้ล้อมรอบตัวเรือนกันชานมีลักษณะคล้ายกับฝาบ้าน แต่มีช้องโปร่งตรงกลางแบ่งช้องไป

    ตามช้วงเสารั้วในช้องโปร่งตรงกลางจะมีลูกกรงระแนงอยู่ ให้ใช้วิธีเดียวกับการทำฝาบ้านโดยวัดระยะ

    ความยาวทั้งหมดของเสารั้วด้านหน้าและแบ่งช้องให้เท่ากัน ความสูงของรั้วจะประมาณ 2.4 .. ฉลุ

    ให้เป็นช้องโปร่งทุกช้วงเสาให้เว้นบริเวณเสาไว้ประมาณ 4 .. ส้วนบน 4 .. ส่วนล้าง 7 ..

    และให้ช่วงท่ีเสาคู่กลางทำซุ้มประตู จากนั้นให้วางลายของพึง ,ลูกฝัก และใส่ลูกกรงแล้วนำไปขัดให้เรียบ

    จึงมาใส่ประตู เสร็จแล้วให้ใส่เสาสี่เหลี่ยม 2 x 2 .. สองต้นสูง 3.8 .. ระยะห่าง 1.2 ..โดยให้

    ประกอบติดกับตัวรั้วตั้งแต่หลังพึงขึ้นไปจากนั้นก็ทำหลังคาซุ้ม เริ่มจากทำปั้นลมเสร็จก็วางคาวบนเสา

    ทั้งสองเสาเป็นลักษณะแขนยื้นออกมาและวางแปร 2 .. ยาว 2.4 .. ที่ปลายแขนทั้สองข้างนำไม้

    ขนาด 1 .. ยาว 2.4 .. มาทำ อกไก่ มาประกอบไว้บนแขนแล้วนำปั้นลมมาติด , มุงหลัง ,ใส่ครอบ

    ปิดขอบแนวปั้นลม , และไม้ค้ำยัน (แขนที่ทำจะเหมือนกับไม้กางเขนดั้งด้านบนสูง 8 ..) ในส่วนของ

    รั้วด้านข้างก็ให้วัดระยะและใช้ขั้นตอนเดียวกันทั้หมด ต่อมาให้ใช้ไม้ขนาด 1 x 1 .. มาทำค้ำยันกันสาด

    ให้วัดจากใต้ชายกันสาดบริเวณจันทันของกันสาดลงมาถึงตรงกลางพึงแล้วตัดใส่ ให้ตรงกับบริเวณเสา

    เรือนกับจันทันโดยให้ความเฉียงอยู่ในแนวเดียวกัน ส่วนที่จะต้องติดค้ำยันมีสามส่วนคือ ฝาด้านหลัง

    ให้ติดแนวเสาทั้งสี่ต้นเรียงกันและฝาด้านข้างอีกด้านระสามอัน คือตรงเสาระหว่างห้องเสาระหนึ่งอันกับ

    ตรงกลางระหว่างเสาห้องอีกหนึ่งอันรวมเป็นด้านละสามอันสุดท้าย คือการทำบรรใดขั้นของบรรใดจะมีอยู่

    9 ขั้นใช้ไม้ 0.5 x 3 ..วัดความยาวลงมาให้ทอดเฉียงประมาณ 45 องศา แล้วตัดจำนวนสองอันใช้ไม้

    ขนาดเดียวกันทำขั้นบรรใดให้กว้าง 1.2 .. ในแต่ละขั้นให้แบ่งตามความยาวจนครบ 9 ขั้น และนำไป

    ประกอบติดตรงซุ้มประตูก็เป็นอันเสร็จขั้นตอนการทำบ้านทรงไทยแล้วก็ทำการถอดออกจากบล๊อกแล้วนำ ไปเครือบด้วยแลคเกอร์ 

ที่มา :   http://www.geocities.com/manukv/howto.htm

edit @ 17 Sep 2008 11:40:21 by thaihouse

แนะนำธุรกิจบ้านทรงไทยจำลองเบื้องต้น                                                                             English

 



            การทำโมเดลหรือแบบจำลองในสมัยนี้  กำลังเป็นที่นิยม  เช่นการทำบ้านทรงไทยจำลอง  ขอยกตัวอย่างบ้านทรงไทยจำลองที่ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร  จ.พระนครศรีอยุธยา ที่ขึ้นชื่อของไทย  จะเห็นว่ามีความสวยงามมาก  และเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของประเทศไทย  เป็นสินค้าส่งขายต่างประเทศอีกด้วย  แต่การผลิตนั้นมีความจำเพาะเจาะจงอยู่ที่ช่างประกอบบ้าน  เพราะใช้แรงงานคนและต้องเป็นคนที่มี     ฝีมือมีความละเอียดมากๆ  ซึ่งคนแบบนี้หาได้ยากและต้องฝึกฝนซึ่งใช้เวลานาน  1สัปดาห์บางครั้งบ้านหนึ่งหลังทำไม่เสร็จด้วยซ้ำไป  ถ้าเกิดว่าต่อไปมีการสั่งทำมากๆ  คิดดูสิค่ะว่าเราจะทำทันไหม  ดังนั้นธุรกิจการทำบ้านทรงไทยจำลองนี้จึงเกิดขึ้นมารองรับให้ทำธุรกิจได้ง่ายขึ้น  การออกแบบก็ทำได้ง่ายๆ  เพียงแค่ท่านออกแบบจากโปรแกรมที่ท่านถนัด  เช่น  Corel draw , Autocad  เป็นต้น   ท่านสามารถกำหนดลักษณะการแกะได้ด้วย  อาทิเช่น  ความลึก   และการทำธุรกิจนี้จะทำให้ท่านประหยัดเวลาลงได้มากทำให้ท่านมีเวลาทำงานอย่างอื่นได้อีกด้วย  

 

 

 

การลงทุน

            เริ่มต้นที่  59,000  บาท

 

เครื่องมือ / อุปกรณ์ที่ใช้

1.   เครื่องแกะสลักยี่ห้อ  ROBOTECH

2.   ชุดอุปกรณ์ทั้ง  Package  ของเครื่องแกะสลัก

3.   ไม้ หรือเศษไม้  (ท่านสามารถหาได้ตามท้องถิ่นบางครั้งท่านอาจจะไม่ต้องซื้อเลยก็ได้)

 

ทำเลและช่องทางการจัดจำหน่าย

1.   ร้านขายอุปกรณ์ตกแต่งบ้าน

2.   ร้านขายของขวัญ (แกะจำหน่าย)

3.   ทำแบบส่งที่ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร 

4.   ร้านขายสินค้า Hand make  ตามห้างสรรพสินค้า

 

ที่มา : http://www.108cuts.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=345366&Ntype=5

edit @ 17 Sep 2008 10:17:46 by thaihouse

edit @ 17 Sep 2008 11:17:04 by thaihouse

edit @ 17 Sep 2008 11:19:35 by thaihouse

Old Style : Thai's house

posted on 17 Sep 2008 10:04 by thai-thaihousemodel  in thai-house

 

 Old Style : Thai's house

 

 

The ancient Thai house clearly reflects the Thai people's way of life. A Thai house has different features according to the region, the environment, and the influences of neighboring areas, so the interior arrangement and the exterior appearance vary somewhat, yet they are recognizably Thai.

A traditional Thai house is a one-storied house on an elevated platform with an airy, open ground level for ventilation and protection from floods, as most Thai people live in lowlands, where they can farm, but flooding also occurs. The " basement," which is actually not underground but the open space under the elevated house, can be used for various activities and for storing tools and equipment for agriculture and fishing. Thai people's houses usually have three walls,with the fourth side open, and the exterior of the walls may have many designs; the roof is steep and has a long stretching eave to give shade from the burning sunlight. The wide-open veranda is used for various activities such as sitting and enjoying the cool air or eating food, and is normally connected to the kitchen and the bathroom. If two families live together, a second house is built and connected with the old one by the common veranda.

 


The construction of a Thai house uses only pins and pegs to join the boards together, not nails. Since, by tradition, house building must be completed in one day, the villagers use collective labor. The house can be dismantled, moved, and rebuilt right away. The wisdom of the Thai craftsmen in the old days can be seen from the construction style, which is easy but strong and comfortable. It can be said that the traditional Thai house is harmoniously designed to blend with the environment of Thailand.

Thai houses can still be found along the rivers and canals in Ayutthaya, Lopburi, and Suphanburi and the Ruean Ton, the group of Thai teakwood houses at Vimanmek Mansion, established by King Rama V.

 

From : http://www.geocities.com/manukv/news.htm

 

edit @ 17 Sep 2008 11:19:50 by thaihouse